วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492-กบฎวังหลวงและการสังหาร 4 รัฐมนตรีอีสาน



26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492-กบฎวังหลวงและการสังหาร4รัฐมนตรีอีสาน

เมื่อ26 กุมภาพันธ์ 2492 ปรีดี พนมยงค์ นำกองกำลังที่เรียกตัวเองว่า "ขบวนการประชาธิปไตย 26 กุมภาพันธ์"เข้ายึดอำนาจแต่ล้มเหลว ถูกปราบปรามลงอย่างเด็ดขาดรุนแรง

มีการสังหารฝ่ายปรีดีไปหลายคน คือพันตรีโผน อินทรทัต ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบและอดีตเสรีไทย ถูกตำรวจจับกุมและยิงเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่วังปารุสกวัน ,พ.ต.อ.บรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ภายในบ้านพัก ก็เกิดเสียงปืนดังหลายนัด ผู้เข้าจับกุมให้การว่า พ.ต.อ.บรรจงศักดิ์ ขัดขืนและกลายเป็นศพ และดร.ทวี ตะเวทิกุล อดีตทูตไทยในญี่ปุ่น อดีตรัฐมนตรี และปัญญาชนคนสำคัญของกลุ่มปรีดี



หลัง เหตุการณ์ปราบกบฎวังหลวงแล้ว รัฐบาลจอมพลป. ซึ่งมีพล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นผู้ทรงอำนาจในเวลานั้นได้ดำเนินมาตรการเฉียบขาดต่อฝ่ายนายปรีดีอย่างถึง เลือดถึงเนื้อ เกิดเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า"กรณีสังหาร4รัฐมนตรีอีสาน"ขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม 2492

4 รัฐมนตรีนี้ประกอบไปด้วย นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคสหชีพ อดีตรัฐมนตรี 6 สมัย ต่อมาเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ในรัฐบาลปรีดี มีคู่สมรสคือเจ้าศิริบังอร ณ จำปาศักดิ์ ประเทศลาว เป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยเขตอุบลราชธานี ได้รับเลือกเป็นส.ส.อุบลราชธานีทุกสมัยที่ลงสมัคร ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญโดยเฉพาะแนวคิดการพัฒนา แม่น้ำโขง ชี และมูล

ผล งานเด่นคือ การเสนอร่างพรบ.คุ้มครองค่าใช้จ่ายประชาชนในภาวะคับขัน ที่เรียกว่าพระราชบัญญัติปักป้ายข้าวเหนียว เพื่อป้องกันพ่อค้าเอาเปรียบผู้บริโภค ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ฝ่ายรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ไม่เห็นด้วย อ้างว่าไม่มีมาตรการควบคุมราคา ในที่สุดรัฐบาลแพ้โหวตในสภาฯที่รับหลักการด้วยคะแนน 65 ต่อ 63 เสียง ทำให้รัฐมนตรีลาออกทั้งคณะ นายปรีดีจึงได้เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

นายถวิล อุดล ส.ส.ร้อยเอ็ด 2 สมัย พรรคสหชีพ อดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายทวี บุณยเกตุ เป็นหัวหน้าเสรีไทย จังหวัดร้อยเอ็ด เคยเดินทางติดต่อขอความร่วมมือจากประเทศจีน มีแนวคิดที่สำคัญ คือภาษีที่เก็บต้องเป็นประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนทั้งหมด

นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส.มหาสารคาม 3 สมัย ปี 2480-2490 ต้องการให้มีการกระจายอำนาจลงสู่ชนบท มีแนวคิดเสรีนิยมต่อต้านเผด็จการทหาร โดยรวมกลุ่มกับนายปรีดี พนมยงค์ นายเลียง ไชยกาล พระสารคามคณาภิบาล นายทองม้วน อัตถากร นายทองดี ณ กาฬสินธุ์ ร่วมกันตั้งพรรคพรรคสหชีพ ยึดถือเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี ออกหนังสือพิมพ์ราย 10 วัน ชื่อสยามอุโฆษในปี 2480 นายเตียง ศิริขันธ์เป็นบรรณาธิการ เป็นรัฐมนตรีติดต่อกัน 4 สมัย ตั้งแต่ปี 2480 - 2490 จนกระทั่งเกิดรัฐประหาร ในปี 2490 เป็นผลให้บทบาททางการเมืองของนายจำลอง ดาวเรือง ยุติลง โดยถูกจับกุมในข้อหากบฎ

ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ส.ส.พระนคร เลขาธิการพรรคแนวร่วมรัฐธรรมนูญ มีพล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าพรรค

นักการ เมืองฝ่ายของนายปรีดีถูกจับกุมตัวพร้อมกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในสถานที่ที่ต่างกันออกไป เช่น นายถวิลถูกจับที่สโมสรราชนาวี ดร.ทองเปลว ชลภูมิ ถูกจับ 1 มีนาคมโดยร.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยมนาค กับตำรวจสันติบาลไปรอรับถึงเชิงบันไดเครื่องบิน ที่สนามบินดอนเมือง โดยตำรวจส่งโทรเลขเป็นรหัสไปลวงว่าการปฏิวัติสำเร็จแล้วให้รีบกลับ เพราะดร.ทองเปลวได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบุคคลทั้ง 4 นี้ ล้วนแต่เป็นนักการเมืองสายของนายปรีดี และ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ทั้งสิ้น และไม่มีชื่อในประกาศจับ มีการเปิดเผยภายหลังว่า บุคคลเหล่านี้ไม่ได้เป็นฝ่ายก่อการกบฎวะงหลวง แต่ถูกวางตัวให้เป็นผู้ร่างกฎหมายและประกาศฉบับต่างๆหากการปฏิวัติสำเร็จ

บรรดาญาติของผู้ต้องหาไม่ได้ระแวงว่าจะเกิดเหตุร้าย เนื่องจากบุคคลทั้ง 4 ได้เข้าๆออกๆ เรือนจำเป็นประจำในข้อหาทางการเมือง

ค่ำ วันที่ 3 มีนาคม 2492 ตำรวจได้เคลื่อนย้ายผู้ต้องหาทั้งหมดไปไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน โดยอ้างเหตุความปลอดภัย ด้วยรถของตำรวจหมายเลขทะเบียน กท. 10371 โดยมี พ.ต.อ.หลวงพิชิตธุรการ เป็น ผู้ควบคุม โดยรับ ดร.ทองเปลว ที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นายจำลองที่สถานีตำรวจนครบาลยานนาวา นายถวิลที่สถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง และนายทองอินทร์ที่สถานีตำรวจนครบาลสามเสน

เมื่อวิ่งมาถึงหลัก กิโลเมตรที่ 12 ถนนพหลโยธิน เวลาประมาณ 3.00 น.(ตีสาม) วันที่ 4 มีนาคม 2492 ใกล้มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกยิงเสียชีวิตด้วยกระสุนร่างละไม่ต่ำกว่า 10 นัด ในสภาพที่ทุกคนยังสวมกุญแจมืออยู่ โดยได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลกลาง ตำรวจแถลงว่า กลุ่มโจรมลายูพร้อมอาวุธครบมือได้ดักซุ่มยิงเพื่อชิงตัวผู้ต้องหา และได้มีการปะทะกับตำรวจ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ตำรวจทั้งหมดราว 20 นายไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย

สังคม ทั่วไปเชื่อว่าเป็นการกระทำของตำรวจภายใต้การบัญชาการของ พลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการปราบกบฏและเป็นรองอธิบดีกรมตำรวจในเวลานั้น

คดี สังหาร 4 อดีตรัฐมนตรีได้ถูกรื้อฟื้นและตัดสินหลังการรัฐประหารในปี พ.ศ. 2500 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ศาลดำเนินคดีในปี 2502 มีผู้ต้องหา 5 ราย แต่เชื่อกันว่าเป็น"แพะ"

กบฎแมนฮัตตัน-กบฎสันติภาพ-สังหารโหดเตียง

เตียง ไม่ได้ถูกสังหารโหดในครั้งนั้น แต่เมื่อได้ข่าวสหายรักร่วมอุดมการณ์ทั้งสี่ที่ถูกอำนาจสามานย์ทำร้ายปลิด ชีวิต ทำให้นายเตียงเจ็บปวดขมขื่นเป็นอย่างมาก ถึงขนาดได้บันทึกไว้ว่า

“...การ ตายของพวกนาย ทำให้เราเศร้าใจและว้าเหว่มาก แต่เมื่อนึกถึงการตายในสภาพเดียวกันของนักการเมืองและบุคคลสำคัญทางประวัติ ศาสตร์อีกหลายคนก็พอจะทำให้เราคลายความขมขื่นลงไปบ้าง ส่วนด้านประชาชนแล้วรู้สึกว่าจะเป็นเรื่องทำลายขวัญกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะประชาชนชาวอีสาน การตายของพวกนายมิใช่เป็นการหลู่เกียรติกันอย่างเดียว แต่เป็นการท้าทายประชาชนชาวอีสานทั้งมวล...ถึงแม้พวกนายจากไปแล้วก็ตาม เรายังคงยึดมั่นในอุดมการณ์สละชีพอยู่อย่างเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ชีวิตและความเป็นอยู่ของเราขณะนี้ ทั้งในด้านส่วนตัวและการเมือง ตกอยู่ในสภาวะที่เลวร้ายที่สุด มันเป็นอุปสรรคอันสำคัญยิ่งที่เราไม่สามารถปฏิบัติงานใดๆ ได้ดังปรารถนา ถ้าหากว่าเรามีอิทธิพลทางการเมืองขึ้นเมื่อใด เมื่อนั้นเราจะดำเนินงานตามอุดมคติของเราทันที”
(จากข้อความปกหลังหนังสือ เตียง ศิริขันธ์ ลับสุดยอดเมื่อข้าพเจ้าเป็นเสรีไทย โดย สวัสดิ์ ตราชู)

นาย เตียงคงอยู่บนดินเล่นการเมืองลงสมัครส.ส.ในเวลาต่อมา แต่การเมืองก็ยังคงผันผวนต่อเนื่อง เมื่อเกิดกบฎ"แมนฮัตตัน"ที่นำโดยกองทหารเรือ ในปีพ.ศ.2494และถูกทหารบกปราบปรามลงราบคาบ รัฐบาลก็หวาดระแวงว่ายังกวาดล้างฝ่ายปรีดีไม่สิ้นซาก

ในเดือน พฤศจิกายน 2495 รัฐบาลจอมพลป.ได้กวาดล้างจับกุมฝ่ายค้านจำนวนมากในข้อหากบฏ ที่เรียกกันต่อมาว่า "กบฏสันติภาพ" ซึ่งรวมทั้งการจับกุมตัวท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยาของปรีดี

ใน เดือนถัดมา ระหว่างที่เตียงดำรงตำแหน่ง ส.ส. เขาไปประชุมคณะกรรมการนิติบัญญัตินัดพิเศษที่บ้านมนังคศิลา ในเวลาราว14.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม 2495 พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจให้ตำรวจเชิญตัวไปพบ ตั้งแต่นั้นมาก็หายสาบสูญไป ไม่ปรากฏตัวอีกเลย

ภายหลังรัฐบาลจอมพลป.ถูกสฤษดิ์ยึดอำนาจในปีพ .ศ.2500 และพล.ต.อ.เผ่าสิ้นอำนาจลง หลักฐานต่อมาปรากฏว่า เตียง ศิริขันธ์ ถูกสังหาร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2495 หรือ 2 วันหลังจากถูกตำรวจเรียกตัวไป โดยถูกสังหารพร้อมด้วย เล็ก บุนนาค, ผ่อง เขียววิจิตร, สง่า ประจักษ์วงศ์ และชาญ บุนนาค โดยการฆ่ารัดคอ แล้วนำศพไปเผาทิ้งยัดเตาถ่านที่เชิงเขาโล้นกาญจนบุรี ห่างจากแยกลาดหญ้าที่ก.ม.9ประมาณ 2 กิโลเมตร ในพื้นที่ ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

ขณะนั้นเขามีอายุ 43 ปี

101ปีวีรบุรุษสามัญชน

ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ได้กล่าวถึงนายเตียง ตอนหนึ่งความว่า "บุคคลที่มีความสุจริต จริงใจ และบากบั่นในการทำหน้าที่ของตนนั้น เป็นบุคคลที่ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรเป็นผู้แทนราษฎรอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าแน่ใจว่า ข้าพเจ้าได้พบคุณสมบัติสาระสำคัญนี้ใน เตียง ศิริขันธ์ ผู้แทนของชาวสกลนคร"

สุภา ศิริมานนท์ นักหนังสือพิมพ์อุดมคติ กล่าวถึงครูเตียงว่า "ในจำนวนผู้แทนราษฎรทั้งหมด…เตียง ศิริขันธ์ เป็นบุคคลที่ดี ซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน เตียง ศิริขันธ์ เป็นนักรัฐธรรมนูญที่แท้จริง เขาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรชาวสยาม สมหน้าที่โดยสมบูรณ์"


ส่วนเตียงพูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มว่า “...ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ข้าพเจ้าเป็นไทแก่ตนเอง ข้าพเจ้าเป็นราษฎรไทยราษฎรสยาม ทั้งข้าพเจ้าต้องการให้ทุกๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง...จึงเป็นอุดมคติที่ข้าพเจ้าบูชาอีกอันหนึ่ง” (จากบทความ เตียง ศิริขันธ์ เผยแพร่ใน นสพ.เสรีราษฎร 9 ก.ค.2779)

5 ธันวาคม 2553 ครบ 101 ปีชาตกาลของเตียง ดูเหมือนอุดมคติที่เขาบูชายังยิ่งจะห่างไกล แต่ประชาชนชาวไทยยังยืดหยัดสืบสานเจตนารมณ์ให้สมบูรณ์

************
ข่าว-บทความชุดบันทึกเกียรติยศ5ธันวาฯ:101ปีชาตกาลขุนพลภูพาน

-101ปีวีระสามัญชน เตียง ศิริขันธ์(ตอน1-3):เราควรสำนึกบุญคุณใคร?

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ:16 สิงหาคม 2488 ประวัติศาสตร์ที่ “ให้จำ” กับ “ให้ลืม”

-จารึกเกียรติยศ:การะเวก ศรีวิจารณ์ วีรชนเสรีไทยผู้สละชีพเพื่อเอกราชชาติสมบูรณ์

-จารึกเกียรติยศ:สมพงษ์ ศัลยพงษ์"ผมเป็นคนไทย มาทำงานเพื่อชาติ ไม่ควรยิงผมเลย"

-ฌาปณกิจคณะราษฎร์คนสุดท้าย ปลายทางบรรจุอัฐิกับผู้ร่วมก่อการ เผยวีรกรรมตำนานเสรีไทย

เนวินประธานงานวันพ่อทุ่มงบ500ล้านเนรมิตอลังการ ลั่นจงรักภักดีระดับโลกลงกินเนสส์บุ๊ค


ตรวจความพร้อม-นาย เนวิน ชิดชอบ ประธานคณะทำงานการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 ตรวจสอบความพร้อมสุดท้าย ก่อนเปิดการแสดงแสงสีเสียงอลังการ เริ่มตั้งแต่17.30น.วันนี้ ตั้งเป้าเป็นการแสดงความจงรักภักดีลงกินเนสส์บุ๊คค่ำวันนี้ โดยครม.อนุม้ติงบประมาณจากภาษีประชาชนเพื่อการนี้ 500 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมปีนี้และวันพ่อปีหน้า (ภาพ:ไทยรัฐออนไลน์)




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 ธันวาคม 2553

เวบไซต์ประชาทรรศน์ กระบอกเสียงของนายเนวิน ชิดชอบ ในฐานะประธานคณะทำงานการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 รายงานว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแสดงหรือเวทีม่านน้ำซึ่งจะเป็นเวทีขนาดใหญ่พิเศษกว้าง 40 เมตร ยาว 40 เมตร เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา มีความพร้อมอย่างเต็มที่แล้ว

โดย เวทีหันหน้าเข้าสู่โรงพยาบาลศิริราช และสามารถบรรจุผู้ร่วมการแสดงบนเวทีได้ไม่น้อยกว่า 400 คน ด้วยความปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากถูกทำมาให้รับน้ำหนักได้กว่า 2 พันตัน ขณะที่การแสดงก็จะไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน และจะเป็นครั้งแรกที่ศิลปินแห่งชาติมาร่วมกันพร้อมหน้าบนเวทีแห่งนี้ เพื่อร่วมกันแหล่เพลงเฉลิมพระเกียรติ

นอกจากจะมีการฉายภาพยนต์เฉลิม พระเกียรติ ขบวนเรือไฟ และการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติแล้ว ยังมีการฉายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ 4 มิติ บนตัวตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตึกโรงพยาบาลศิริราช และจะมีการแสดงแสง สี และการจุดพลุ 999 ดอก ปล่อยโคมลอยจำนวน 10,000 ดวง บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้าเพื่อให้ประชาชนได้ดูถึงความสวยงามกันอีกด้วย


นาย เนวิน ชิดชอบ ประธานคณะจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวย้ำ ถึงความพร้อมในการจัดงานเฉลิมพระเกียรติที่มีมากกว่า 90% แล้ว หลังมีการซักซ้อมเวทีและระบบแสง สี ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันถึงความยิ่งใหญ่อลังการ และเล่าถึงแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นจากการจัดงานเฉลิมพระเกียรติในปีที่ผ่านมา ที่ทุกคนล้วนอยากเปล่งเสียงถวายพระพรไปยังพระเจ้าอยู่หัว ปีนี้จึงได้เกิดแนวคิดการไปจัดง่นอย่างใกล้ชิกที่ประทับ

ส่วนการตรวจ ความพร้อมท่าเรือ 14 ท่า ที่จัดให้ประชาชนที่ต้องการร่วมจุดเทียนชัยถวายพระพร กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ลงเรือที่แต่ละจังหวัดทั่วประเทศ จะมามากถึง 700 ลำในวันที่ 5ธันวาคมนี้ ทั้งนี้เส้นทางการเดินเรือที่จะให้ประชาชนร่วมลงเรือถวายพระพรจะเริ่ม ตั้งแต่ท่าเรือสะพานพุทธไปจนถึงท่าเรือสะพานพระราม 8

นายเนวิน กล่าวอีกว่า จากการสำรวจพื้นที่ท่าเรือพื้นที่ริมน้ำบางจุด ที่อาจจะต้องติดต่อขอสถานที่เพิ่มเติมเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมจุดเทียนถวาย พระพรชัยมงคล นอกหนือจากการลงเรือ เพราะคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมจำนวนมากเกินกว่าที่เรือ และท่าเรือจะรองรับน้ำหนักได้

นอกจากนี้จะมีการปิดการเดินเรือใหญ่ตั้งแต่เวลา 12.00 น.ส่วนเรือข้ามฟากจะปิดการเดินเรือเวลา 15.30 น.เพื่อให้เรือเล็กเข้าประจำจุด

สำหรับเรือประดับไฟเฉลิมพระเกียรติ 32 ลำ จะอยู่บริเวณสะพานพระปิ่นไปจนถึงท่าช้าง เพื่อให้ประชาชนสองฝั่งเจ้าพระยาได้ชม

'ไฮไลต์ ของงานนั้นจะมีการฉายภาพพระบรมฉายาลักษณ์ 4 มิติ บนตัวตึกคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตึกโรงพยาบาลศิริราช และจะมีการแสดงแสง สี และการจุดพลุ 999 ดอก ปล่อยโคมลอยจำนวน 10,000 ดวง บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า'ประธานคณะทำงานฯ กล่าว

นายเนวินกล่าวอีกว่า ในวันที่ 2-3 ธ.ค.นี้จะมีการซ้อมใหญ่ขบวนเรือเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณกลางลำน้ำเจ้าพระยา ด้านหน้าท่าน้ำศิริราช เพื่อให้งานพิธีจริงในวันที่ 5 ธ.ค. ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งในวันที่ 5 ธ.ค. จะมีการถ่ายทอดสดงานครั้งนี้ ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยไปทั่วประเทศ

ซึ่งการแสดงทั้งหมดกลางลำน้ำเจ้าพระยา จะได้พบกับขบวนเรือใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขบวนประชาชนที่ถวายพระพรมากที่สุดในโลก การแสดง แสง สี เสียง ที่ตื่นตาตื่นใจที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และเชื่อว่าการร่วมถวายความจงรักภักดีครั้งนี้จะปรากฏในกินเนสส์บุ๊ก เพราะเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการมาถวายพระพรพระเจ้าแผ่นดินทางน้ำมากที่สุดใน โลก

ครม.อนุมัติงบ500ล้าน จัดงาน7รอบ5ธันวาฯ54 เน้นจัดให้สมพระเกียรติ! ประหยัดและค.เหมาะสม

ครม.อนุ มติงบฯ 500 ล้านบาทให้รัฐบาลจัดงาน "เฉลิมพระเกียรติในหลวง" ครบ 7 รอบ 5 ธันวาฯ 54 เน้นใช้จ่ายให้ "สมพระเกียรติ-ประหยัด-เหมาะสม" เผยมีตั้ง 10 คณะกรรมการฯฝ่ายต่างๆ มาทำงาน

ก่อนหน้านี้เวบไซต์ ไทยอินไซเดอร์ รายงาน ว่า เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2553 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติในหลักการ ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553-2554 จำนวน 500 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยแบ่งงบประมาณเป็น 2 ปี ได้แก่งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2553 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น จำนวน 200 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 จำนวน 300 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ครม.ได้กำชับเรื่องการใช้งบประมาณให้คำนึงถึงความสมพระเกียรติ ประหยัดและเหมาะสม โดยคณะกรรมการฝ่ายกลั่นกรองการใช้งบประมาณนั้นมีหน้าที่พิจารณารายละเอียด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานดังกล่าว

น้ำตาพ่อ




โดย กวีศรีประชา

ยืนดู ลูกน้อย หน้าผู้คุม
ไม่ยอมแม้ให้อุ้มไว้ในอก
ใจร้ายกว่ายมบาลในนรก
ทั้งติดคุกเพราะป้องปกประชาธิปไตย

พยายามหักห้ามน้ำตาพ่อ
ยังเห็นแววน้ำคลอเก็บกั้นไหล
ก้อนสะอื้นขึ้นสะอึกลึกข้างใน
เบือนหน้าแอบร้องไห้..หัวใจสะเทือน.


5 ธันวาคม 2553


*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:บทกวี พ่อกำสรวล โดย เพ็ญ ภัคตะ

ภาพชุด:ความจริงอีกมุมกรณีเผาห้าง19พ.ค.53


หมายเหตุไทยอีนิวส์:ก่อน หน้านี้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.อ้างว่า มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายว่า ทหารได้ยิงไล่เจ้าของร้านค้า พนักงานที่อยู่ภายในตึกห้างเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และยิงขู่ไม่ให้ยามรักษาความปลอดภัยเข้าไปรักษาห้าง ก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ห้างขึ้น หลังจากทหารควบคุมพื้นที่ไว้ได้หมด ล่าสุดมีผู้นำภาพชุดเผยแพร่ทางface book ทั้งนี้เรายังไม่ขอยืนยันแน่ชัดว่าเป็นภาพชุดเดียวกันกับที่นายจตุพรอ้างถึงหรือไม่ และยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมภาพชุดนี้ต่อไป

และควรอ่านข่าวประกอบท้ายเรื่องนี้ ประกันภัยเทเวศยึกยัก ไม่จ่ายค่าประกัน3หมื่นล้านCTW ท้าอยากได้ให้ฟ้องเอา อ้างห้างโดนผู้ก่อการร้ายเผา

รูปที่ 1 วันที่ 19 พ.ค. 53 หลังเสื้อแดงสลายการชุมนุมราชประสงค์ ทหารคุมพื้นที่ได้หมด ในเวลา 14.26 มีคนเดินเข้ามาในห้างฯ (เป็นเจ้าของร้านค้าในเวิร์ลเทรด มาดูร้าน)

รูปที่ 2 คนที่เดินเข้ามาโดนยิงสกัดที่ขา

รูปที่ 3 มีเพื่อนเข้ามาช่วยคนโดนยิงเจ็บออกไป

รูปที่4 ขณะที่คนที่ยืนดูอยู่ก็โดนยิงไล่


รูปที่5 อยู่ข้างในไม่ได้ โดนยิงไล่ ต้องรีบออกมา


รูปที่ 6 โดนยิงด้วยลูกซองเม็ดเล็ก ไม่เจตนาฆ่า แต่ไล่ให้ออกไปจากห้าง


รูปที่7-8 ส่วนข้างนอกก็มีการยิงสกัด เพื่อไม่ให้รปภ.เข้าไปรักษาความปลอดภัยในห้างได้


รูปที่ 8เอาทหาร ศอฉ.ตรึงกำลังรอบห้างฯ

รูปที่ 9-ในที่สุดรปภ.และพนักงานต้องเดินทางออกอย่างเดียว

จะสังเกตเห็นว่ามีทหารศอฉ.ปะปนอยู่กับพนักงานห้าง(เหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง)


รูปที่10-มียิงออกมาข้างนอก


รูปที่11 -เห็นคนยิงบนสถานีรถไฟฟ้า ทหารกระหรี่แน่ๆ ที่ยิงประชาชนได้

รูป12 -เมื่อเคลียร์หมด คนในให้ออก คนนอกห้ามเข้าแล้วก็ เผา!


รูป13-ศอฉ.ควบคุมพื้นที่ได้หมด ในระหว่างนั้น


รูปที่ 14-หลัง เหตุการณ์เพลิงไหม้ห้าง ทหารตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในวันที่ 21 พ.ค.(ข้อสังเกตคือพวกเหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง แบบเดียวกับตอนไล่คนออกจากห้างก่อนเผา)



รูปที่15-พบศพสุดท้าย ตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ

รูปที่ 16 เป็นนักศึกษาจากราษีไศล ศรีสะเกษ


******ข่าวเกี่ยวเนื่อง****



เทเวศฯยึกยักไม่จ่ายค่าประกัน3หมื่นล้านCTW ท้าอยากได้ให้ฟ้องเอา อ้างห้างโดนผู้ก่อการร้ายเผา

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

เซ็นทรัล เวิลด์ส่อแววแห้วเคลมประกัน 3 หมื่นล้าน "เทเวศประกันภัย"บริษัทที่รับทำประกันชี้ฝรั่งที่เป็นบริษัทรับประกันภัยต่อ อ้างเข้าข่ายก่อการร้าย แนะหากอยากได้ให้ฟ้องร้องศาลตัดสิน กินเวลานาน5-7ปี แต่ยินดีจ่ายในส่วนประกันภัยก่อการร้าย3.3พันล้าน แต่เสียหายจริงอ้างไม่เกิน2พันล้านจะจ่ายปีหน้า

มติชนออนไลน์ รายงาน ว่า กรณีการชุมนุมม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมีบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risk : IAR) ให้กับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทุนประกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นเวิลด์ทุนประกัน 1.3 หมื่นล้านบาท และรับประกันก่อการร้ายกับห้างสรรพสินค้าเซนมูลค่า 3.3 พันล้านบาท

ขณะที่บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยก่อการร้าย ทุนประกัน 3.5 พันล้านบาท

นาย อนันต์ เกษเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ เทเวศประกันภัย กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอส์) มีจุดยืนว่า ความเสียหายของเซ็นทรัลเวิลด์ เกิดจากภัยก่อการร้าย ดังนั้น เซ็นทรัลอาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยความเสี่ยงภัย ทรัพย์สิน เนื่องจากกรมธรรม์ประเภทนี้จะคุ้มครองภัยที่เกิดจากการโจรกรรม หรือจลาจล และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้เอาประกันภัย รวมถึงความสูญเสียจากการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption) จนทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้ แต่ไม่รวมภัยจากการก่อการร้าย ซึ่งมีความรุนแรงในระดับที่สูงกว่า

"ที่ บริษัทคาดว่าจะไม่คุ้มครอง เพราะรีอินชัวเรอส์เข้ามาพิสูจน์หลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดแล้วพบว่าเข้าข่ายก่อการร้ายจริงๆ โดยดูจากบริบทรอบข้าง ไม่ได้ยึดคำประกาศของรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้ ตามเงื่อนไขของประกัน IAR จะมีหมายเหตุว่า ไม่คุ้มครองภัยที่เกิดจากการก่อการร้าย เพราะเป็นภัยเฉพาะเจาะจง โดยยึดจากตัวอย่างเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 หรือ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้นมา และเหตุการณ์นี้เขาก็สรุปว่ารุนเเรงกว่าจลาจล"นายอนันต์กล่าว

นาย อนันต์กล่าวว่า หากเซ็นทรัลพัฒนาเห็นว่า น่าจะมีข้อสรุปที่ดีกว่า และยังรู้สึกสงสัยกับจุดยืนของรีอินชัวเรอส์ ประกอบกับเห็นว่าค่าเสียหายที่จะได้รับจากการประกันก่อการร้ายต่ำกว่าค่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาท เซ็นทรัลก็อาจนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการศาลได้ โดยให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคดีความ ซึ่งอาจใช้เวลา 5-7 ปี ทั้งนี้ เห็นว่าทางรีอินชัวเรอส์น่าจะพร้อมชี้แจงกับผลสรุปดังกล่าว

นาย อนันต์กล่าวว่า ในส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนที่ทำประกันก่อการร้ายมูลค่า 3.3 พันล้านบาท ซึ่งผลจากการประเมินความเสียหายคืบหน้าไปกว่า 95% ในเบื้องต้นพบว่า มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งยังไม่เกินทุนประกัน โดยบริษัทจะรอข้อสรุปที่เหลือก่อนจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายได้ไม่เกินไตรมาส 1 ปีหน้า

เวบไซต์ของเทเวศประกันภัยเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้น ของบริษัทประกอบด้วย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 27,600 หุ้น คิดเป็น 0.23%
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 11,787,261 หุ้น คิดเป็น 98.227%
ผู้ถือหุ้นอื่นๆ 185,139 หุ้น คิดเป็น 1.543%

รวม 12,000,000 หุ้น คิดเป็น 100.00%


เทเวศประกันภัยระบุไว้ในเวบไซต์ว่า เป็นบริษัทของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฯ

ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทไทยเศรษฐกิจประกันภัย เวบไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรายงานว่า ประกอบด้วย

1. บริษัท สยามแร่และน้ำมัน จำกัด 8,906,660 หุ้น 28.69 %

2. นางนงลักษณ์ วิสุทธิผล 2,729,675 หุ้น 8.79 %

3. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย 2,212,750 หุ้น 7.13 %

4. บริษัท สุทโทเทศ จำกัด 1,661,358 หุ้น 5.35 %

5. บริษัท ศรีสตรี จำกัด 1,559,280 หุ้น 5.02 %


--




วันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553

Hiro Muramoto Cameraman's last video Reuters journalist

1821hellas1821 April 12, 2010
Who killed Hiro Muramoto http://www.youtube.com/watch?v=QBWs2p...Hiro Muramoto (c. 1966 April 10, 2010)Reuters Editor-in-Chief David Schlesinger reacted in response to Muramoto's death, "I am dreadfully saddened to have lost our colleague Hiro Muramoto in the Bangkok clashes...Journalism can be a terribly dangerous profession as those who try to tell the world the story thrust themselves in the center of the action. The entire Reuters family will mourn this tragedy."http://en.wikipedia.org/wiki/Hiro_Mur...
Category:

ภาพจากกล้องของผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น

RedHeart2553 April 13, 2010
Cameraman Shot In Thailand Riots Hiro Muramoto's Footage Filmed Before Shooting Death Is Released World News Sky NewsExtraordinary footage taken by a cameraman of shocking violence in the Bangkok riots, moments before he was shot dead, has been released.The Japanese man was in the Thai capital covering the unrest for Reuters news agency.He filmed as the clashes between troops and anti-government protesters escalated and bullets began to fly.Some 21 people were killed in the weekend's violence - Hiro Muramoto was one of them.On Saturday, troops were trying clear one of two sites that had been occupied by the protesters for the past month.Heavily-armed officers were struggling to contain the protesters and the chaotic scenes quickly turned lethal.Mr Muramoto was stood within the ranks of Government troops when a homemade bomb thrown by protesters landed just yards from him.Unwavering, he continued to film as the troops started to retreat, some of them hopping away with injured feet and legs, and others carrying wounded comrades.Another bomb landed but Mr Muramoto still carried on filming. Just a short time later he was shot in the chest.He died before he got to hospital.His camera and it's film were returned to Reuters by the anti-government, red-shirt protesters.

WAINGAFAT? The moronic Royal Family of Thailand

วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553

สืบพยานผู้ออกแบบเว็บ นปช.USA ก.พ.ปีหน้า-ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องประกันตัว 'ดา ตอร์ปิโด'

ต่อต้าน-ยุทธการลงทัณฑ์ทางสังคม - ANTI-Social Sanction:A-SS
สืบพยานผู้ออกแบบเว็บ นปช.USA ก.พ.ปีหน้า–ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องประกันตัว ‘ดา ตอร์ปิโด’

รายงานข่าวระบุว่า จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นศาล และพนักงานอัยการได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลจำนวน 12 ปาก ขณะที่ทนายจำเลยยื่นบัญชีพยานบุคคลจำนวน 6 ปาก ศาลได้นัดสืบพยานโจทก์ 3 นัด และพยานจำเลย 2 นัด หลังจากที่จำเลยได้ร้องขอให้มีการเพิ่มการนัดสืบพยานจำเลย เนื่องจากมีพยานหลายคนที่ไม่พร้อมให้การ เนื่องจากมีความวิตกกังวลว่าอาจถูกรัฐบาลเพ่งเล็งท่ามกลางการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในขณะนี้ อีกทั้งจำเลยยังเพิ่งได้พบทนายเป็นครั้งแรกในวันนี้ ศาลจึงอนุญาตให้สืบพยานจำเลยเพิ่มเติมจาก 1 นัด เป็น 2 นัด โดยกำหนดวันสืบพยานโจทก์ในวันที่ 4, 8, 9 ก.พ.2554 และสืบพยานจำเลยในวันที่ 10, 11 ก.พ.2554

ด้านความคืบหน้าคดีนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 18 ปี เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2552 และทนายจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 27 ต.ค.2552 ต่อมาทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์เมื่อวันที่ 29 ก.ค.53 โดยระบุถึงสาเหตุขากรรไกรอักเสบรุนแรง ทำให้อ้าปากได้เพียงเล็กน้อยและต้องเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือ ขีดความสามารถเพียงพอ ทั้งยังต้องพักฟื้นอีก 1-2 ปี นอกจากนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่มีความผิดฐานเดียวกันก็ได้รับการปล่อยชั่วคราวเรื่อยมา

อย่าง ไรก็ตาม เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้อง โดยระบุว่า “พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทำของจำเลย กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและสักการะ และส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจของปวงชนผู้จงรักภักดีอย่างกว้างขวาง จึงถือเป็นพฤติการณ์ร้ายแรง ประกอบกับศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยรวม ๑๘ ปี หากไดรับการปล่ออยชั่วคราวแล้วไม่เชื่อว่าจำเลยจะไม่หลบหนี ส่วนเหตุที่อ้างว่าจำเลยเจ็บป่วยนั้น จำเลยอาจร้องขอต่อราชทัณฑ์เพื่อไปรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่มีขีดความสามารถรักษาพยาบาลอาการป่วยของจำเลยได้อยู่แล้ว จึงยังไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง”

นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายดารณี กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังที่น้องสาวซึ่งเจ็บป่วยไม่ได้รับการประกันตัว ทำให้ตนเองซึ่งอยู่จังหวัดภูเก็ตต้องเดินทางมาเยี่ยมแทบทุกอาทิตย์มาเป็นเวลา 2 ปีกว่าแล้ว พร้อมทั้งต้องฝากเงินให้ดารณีเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อนมและอาหารอ่อนด้วย เนื่องจากดารณีอ้าปากได้น้อยมากและไม่สามารถทานอาหารที่เรือนจำจัดให้ได้ ขณะเดียวกันตนเองก็ประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้ช่วยเหลือน้องสาวได้น้อยลงด้วย ดังนั้น หากผู้ใดประสงค์จะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สามารถโอนเงินเข้ามาได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่ 297-1-25805-5

แอดมินตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่ต่างประเทศ สำหรับบุคคลที่ "ศาล" ยังมิได้ตัดสินคดีความจนเป็นที่สิ้นสุด เขาผู้นั้นจะมีสิทธิเสรีภาพแห่งความเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ทุกประการ ไม่ต้องถูกจองจำกักขัง แต่คดีRedEagleนี้ ถูกจับวันที่ 3 เมษายน 53 แต่กว่าจะสืบพยาน ก็เดือนกุมภาพันธ์ 54 แล้วถ้าคดีตัดสินออกมาแล้วเขาไม่มีความผิดจริง 1 ปีที่สูญเสียอิสรภาพ คืออะไร ? สังคมไทยต้องให้คำตอบประชาคมโลกได้นะครับ และเรื่องสนธิลิ้ม ที่มีความผิดมาตราเดียวกัน กลับได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเรื่อยมาโดยไม่มีการยกคำร้อง ?? คืออะไร?? ยังเป็นศาลสถิตย์ยุติธรรมที่ให้ชาวบ้านร้านตลาดเขาเคารพยึดถือกันอยู่หรือไม่??

A-SSนิรนาม

http://www.prachatai3.info/journal/2010/08/30636


--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

วันพุธที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ประนามรัฐบาลต่อการคุกคามเยาวชนที่เห็นต่างทางการเมือง ในนามวันอาทิตย์สีแดง

จากกรณีเมื่อวันที่ (20 ก.ค.53) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.นักเรียนและนักศึกษา เชียงราย จำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายกิตติพงษ์ นาคเกศ อายุ 24 ปี นายนิติเมธพนฎ์ เมืองมูลกุลดี อายุ 23 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ
่ง และนายกอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งเขตเทศบาลเชียงราย ได้เดินทางเข้าแสดงตนต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เมืองเชียงราย จากที่ถูกหมายเรียกในข้อหา "ชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปหรือกระทำการใดอันเป็...นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย นักเรียนและนักศึกษาจำนวน 5 คน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมโดยการไปถือป้ายแสดงข้อความต่างๆ ที่บริเวณตลาดสดเทศบาล 1 หอนาฬิกา และทางขึ้นศาลากลางจังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาและนักเรียนที่แสดงออกทางการเมืองโดยการชูป้ายไม่เห็นด้วยกับการคงไว้ซึ่ง พรก ฉุกเฉิน และป้ายเห็นคนตายที่ราชประสงค์ ทําให้รัฐบาลเร่งรีบที่จะสกัดกั้นและเชิญเยาวชนเหล่านั่นมาให้ปากคําพร้อมกับตั้งข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ในวันนี้การแสดงออกทางความคิดหรือทางคําพูดของเยาวชน หรือ ผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง กลับถูกรัฐบาลปิดกั้น และคุกคามเสรีภาพของประชาชน ภายใต้ พรก ฉุกเฉิน เยาวชนอีกหลายคนที่กําลังอึดอัดกับท่าทีของรัฐบาลและกําลังเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดคุกคามเสรีภาพทางความคิดของพวกเค้าเหล่านั่น การที่เยาวชนจะต้องตกเป็นเครื่องมือของอํานาจเบ็ดเสร็จมันคุ้มกันแล้วหรือกับแรงเหวี่ยงกลับที่รัฐบาลมิอาจประเมิณได้

เวลานี้รัฐบาลกําลังใช้อํานาจเกินครอบเขตต่อเสรีภาพความเป็นประชาชนไทย รัฐบาลควรจะต้องหยุดไล่ล่าหรือจับกุมผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางเมือง เพราะตราบใดที่รัฐบาลยังพูดว่าประเทศนี้ปกครองแบบประชาธิปไตย ประชาชนทุกคนย่อมมีสิทธิและเสรีภาพทางความคิดหรือการแสดง ออก รัฐบาลควรที่จะยกเลิก พรก ฉุกเฉินทันที เพราะรัฐบาลกําลัง ใช้ พรก ฉุกเฉิน เป็นเครื่องมือในการปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชน และพร้อมกับยัดเยียดข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม

ท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ที่ร้าวลึกในเวลานี้เกิดขึ้นเพียงเพราะรัฐบาลไม่ยอมที่จะเปิดโอกาสรับฟังเสียงของผู้ที่เห็นต่าง แต่กลับใช้การลุแก่อํานาจเข้าประหัตประหารประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล รัฐบาลต้องทบทวนคําว่า พรก ฉุกเฉิน ให้ชัดเจน เพราะเวลานี้สถาณการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปรกติแล้ว แต่รัฐบาลยังคงพยายามสร้างความชอบธรรมต่างๆนาเพื่อที่จะคงไว้ซึ่ง พรก ฉุกเฉิน หยุดได้แล้วกับการนําเยาวชนหรือประชาชนที่คิดต่างออกมาเป็นเครื่องสังเวยให้กับระบอบอํามหิต

http://www.facebook.com/#!/event.php?eid=142281045797586


--
http://www.prachataiboard1.info/board/id/50088
http://hotspotshield.com
http://99it.blogspot.com/p/blog-page_21.html
http://www.redshirtinternational.org
http://norporchorusa.com/html/media/npcusa_radios.html
http://www.unblockanything.com
http://www.youtube.com/watch?v=Dyw-L8JSE2U
http://sanamluang.tv
http://thaitvnews2.blogspot.com
http://112victims.org
http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t1169.htm

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

RT20398: ใครที่คิดว่ามี พรก.ฉุกเฉิน แล้วไม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ลองอ่านดู




ใครที่คิดว่ามี พรก.ฉุกเฉิน แล้วไม่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ลองอ่านดู (เครดิตจากห้องสินธร Pantip.com)
 
1.คุณเดินเล่น นั่งเล่น ยิืนเล่น  จนท.ตำรวจหรือทหารมาจับกุมคุณเข้าคุกได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งข้อหาว่าคุณทำความผิดอะไร ขังคุกที่ไหนก็ได้ไว้ไม่เกิน 12 วันแล้วปล่อยตัว  ปล่อยตัวแล้วไปจับกุมมาใหม่ได้

2.คุณนั่งจู๋จี๋กับแฟนในที่รโหฐารในบ้านของคุณ ตำรวจหรือทหารอาวุธพร้อมมือบุกเข้าไปถึงห้องนอนคุณโดยไม่ต้องมีหมายค้น ไม่ต้องมีหมายจับ  ไม่ต้องมีข้อสงสัย  ไม่ต้องตั้งข้อหา รื้อค้นนำใจแล้วจับกุมตัวคุณ จับกุมตัวแฟนคุณแยกกันไปสอบสวนและกักขังคนละแห่ง  ขังคุกไว้ 12 วันค่อยปล่อยตัวออกมาให้เซ็งในชีวิต

3.คุณลงทุนทำธุรกิจเปิดเว็บไซต์(อะไรก็ได้ ขายของ ไม่จำเป็นต้องเป็นวิจารณ์การเมือง) ตำรวจ ทหารสั่งปิดเว็ปไซต์ของคุณแก้เซ็งโดยสั่งให้การสื่อสารยกเลิกฯลฯ ธุรกิจคุณล้มจมไปเรียบร้อง  ร้องเรียน เรียกค่าเสียหายจากใครก้ไม่ได้เพราะเขามีอำนาจตาม พรก.ที่จะสงสัย  บางทีอาจจะมีการ"เรียกเงิน"เพื่อให้หายสงสัยก็มี

4.คุณเป็นเจ้าของสถานีวิทยุชุมชน จัดรายการตามปรกติไม่จำเป็นต้องวิจารณืการเมือง  มีทหาร มีตำรวจ มายึดสถานี ขนอุปกรณ์ของคุณไปเก็บหรือทิ้งไป  คุณเรียกค่าเสียหายไม่ได้

5.คุณเป็นเจ้าของโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวเข้าพัก  แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้าพักโรงแรมคุณ   เพราะตามหลักสากลประกันภัยจะไม่คุ้มครองนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน ถือว่านักท่องเที่ยวเหล่านั้นยินดีเสี่ยงภัยเอาเอง (ก็ต้องรับผิดชอบในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง โดยตนเอง เพื่อตนเอง จ๊ะ)

6.วันดีคืนร้าย นายธาริศ เพ็งดิษฐ์ นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อาจจะเหม็นหน้าคุณหาว่ามีเงินเยอะสงสัยเป็นอะไรก็ไม่มาซูฮกท่านบ้างเลย  อย่ากระทั้นเลยสั่งแบ็งค์ให้อายัดเงินท่าน Freeze ไว้ทุกบัญชี ทั้งบัญชีธุรกิจและบัญชีส่วนตัว บัญชีลูก บัญชีเมีย บัญชีคนใช้ ฯลฯ  คุณไม่มีเงินจะทำธุรกิจกระดิกกระเดี้ยไม่รอด  จะเอาเงินออกมาใช้ค่าสินค้า ค่าฯลฯ ทางทางการค้า ก็ต้องไปอ้อนวอน ไปเปิดเผยความลับทางการค้าให้แก่คณะเจ้าหน้าที่ที่เป็นใครก็ไม่รู้

ฯลฯ

ยังมีอีกมากบรรยายไม่จบสิ้น  จขกท.ไม่เดือดร้อนแต่ประเทศไทยไม่ได้อยู่อาศัยเพียงแต่ จขกท.เพียงคนเดียวนี่ครับ  

คนอื่นก็เป็นเจ้าของประเทศเหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นเจ้าของประเทศมากกว่าพวกที่มาจับกุม หรือพวกที่สอบสวนซะอีก

หากเป็นเช่นนี้แล้วเราจะรู้ทันทีว่าเราอาศัยประเทศเขาอยู่ แม้จะมีพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวกัน แต่ได้รับความผาสุขในฐานพลเมืองไทยไม่ทัดเทียมกัน

ผมไม่เอาหรอกครับ ระบอบการปกครองบ้าๆอย่างนี้!!(..อิ..อิ)

--
*******************************************************************************************
คุณได้รับข้อความนี้เนื่องจากคุณเป็นสมาชิกกลุ่ม Google Groups กลุ่ม "กลุ่มเรดไทย"
ต้องการโพสต์ถึงกลุ่มนี้ ให้ส่งอีเมลไปที่ redthai@googlegroups.com
ยกเลิกการเป็นสมาชิกกลุ่ม ส่งอีเมลไปที่ redthai+unsubscribe@googlegroups.com
หากต้องการดูตัวเลือกเพิ่มเติม โปรดไปที่กลุ่มนี้โดยคลิกที่
http://groups.google.com/group/redthai?hl=th?hl=th
เว็บไซต์ของกลุ่ม: http://www.redthai.org
cBox ของกลุ่ม http://cbox.redthai.org



--
http://www.unblockallweb.com/
http://downmerng.blogspot.com
http://picasaweb.google.com/prainn999/14255302# ทัพผ่านฟ้าสู่ราชประสงค์ วันที่ 14 เมษายน 2553
http://www.unblockallweb.com/index.phpq=aHR0cDovL2Rvd25tZXJuZy5ibG9nc3BvdC5jb20%3D&hl=3e8
http://www.112victims.org/
http://www.thaifreenews.org/
http://friendfeed.com/
http://chirpcity.com/bangkok/3
http://www.radaroo.com/
http://factsforthais.blogspot.com/2009/05/7.html
http://tv.kapook.com/nbt.php
http://friendfeed.com/antactica
block
http://www.ustream.tv/channel/redheart
http://redpower-sm-germany.com

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

History of Korea; the June 10 civil uprising of 1987

TImurkov — September 29, 2007 — History of Korea; the June 10 civil uprising of 1987In 1987, Right of Resistence was used in a place where did not exist its provision in constitution....(All clips, pictures and music were from internet. Special thanks go to Korean providers)*Music by Ennio Morricone (City of Joy soundtrack)Tags: supression, demonstration, protest, dictatorship, riot, South, Korea, Korean, History, Uprising, Contention, junta, Gwangju, Kwangju, 1987, military, government, democratization, movement, ROK, 억압, 시위, 투쟁, 독재, 폭동, 남한, 역사, 소요, 항쟁, 군사정권, 광주, 1987, 군정, 민주화, 운동, 대한민국

http://www.youtube.com/watch?v=M-5YJ62E1NI

May 18 (2007) trailer

lucian33ABC — March 30, 2008 — trailer with romanian subtitle. The story of events leading up to the 1980 Gwangju massacre in South Korea when thousands of students and protesters were killed by armed troops during an anti-government demonstration.

http://www.youtube.com/watch?v=GU14hRmy57s&feature=related

วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

[TR] May 18 - Main Trailer

Min-woo leads a relatively peaceful life with his younger brother - until the day the soldiers go on the rampage against the citizens. The citizens form a militia determined to protect their loved ones, and Min-woo finds himself in the middle of it all.
http://www.youtube.com/watch?v=MCyOEwZYQgU&feature=related

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สงคราม"เฟซบุ๊ก"ไทย ความแตกแยก(จริง)ในโลกเสมือน

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7124 ข่าวสดรายวัน


สงคราม"เฟซบุ๊ก"ไทย ความแตกแยก(จริง)ในโลกเสมือน


ศักดิ์สกุล กุลละวณิชย์ / รายงาน



จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ปะทุลากยาวหลายปี กระทั่งลุกลามกลายเป็นโศกนาฏกรรมนองเลือดในสังคมไทย เป็นหลักฐานยืนยันว่าความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของคนไทยด้วยกันได้เกิดขึ้นแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แม้ขณะนี้การปะทะกันโดยตรงอาจยุติลงชั่วคราว พร้อมๆ กับคำสั่งยกเลิกมาตรการ "เคอร์ฟิว" ของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. แต่แนวรบของแนวร่วมทั้งสองฝ่าย (หรือหลายๆ ฝ่าย) ยังไม่หยุดอยู่แค่ในสังคมปกติทั่วไป แต่กลับยิ่งร้อนแรงทบเท่าทวีใน "โลกเสมือน" หรือ "โลกอินเตอร์เน็ต"

อีกทั้งอาจกล่าวได้ว่า ระดับความชิงชัง-เคียดแค้น-อำมหิตในชุมชนอินเตอร์เน็ตนั้น บางกรณีร้าวลึกไม่แพ้การศึกบนท้องถนน

ดังจะเห็นจากการอุบัติขึ้นของ "แนวร่วม" สารพัดกลุ่มซึ่งเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดใน "เว็บไซต์ เครือข่ายสังคมออนไลน์" (Social Network Sites : SNSs)

ล่าสุด สมาชิกในสังกัดกลุ่มต่างๆ เหล่านี้เริ่มพัฒนาการ "จัดตั้ง" ตัวเองอย่างเป็นกลุ่มเป็นก้อน พร้อมจะเคลื่อนไหวออกมาทำกิจกรรมตามหมากที่ "นักเล่นเกมอำนาจ" กำหนดไว้ ซึ่งเป้าหมายของกิจกรรมดังกล่าวมีทั้งที่เป็นโครงการสร้างสรรค์สังคม ไปจนถึงเพื่อรวบรวม "ไพร่พล" ไปสู้รบต่อต้านกับกลุ่มอื่นๆ ที่คิดต่าง

และแน่นอน ในเมื่อ "เฟซบุ๊ก" ครองสถานะเจ้าเว็บไซต์ SNSs ฉะนั้นจึงกลายเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่กลุ่มคนสวมเสื้อ "สารพัดสี" ในบ้านเรารุกคืบเข้าไปสร้างพื้นที่เผยแพร่ความคิดทางการเมือง รวมถึงตั้ง "ลัทธิล่าแม่มด" จองล้างจองผลาญทำลายคนเห็นต่าง

อย่างไรก็ตาม สำหรับชุมชนเฟซบุ๊กหนุนรัฐบาลดูจะได้เปรียบหลายขุม ท่ามกลางภาวะเฟซบุ๊กคนเสื้อแดงและผู้เรียกร้องประชา ธิปไตยถูก "แบน-เซ็นเซอร์" เป็นว่าเล่น!

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 "เฟซบุ๊ก" เปิดให้บริการแก่บุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก มีข้อกำหนดเบื้องต้นแค่ผู้สมัครต้องมีอายุเกิน 13 ปี

จุดเริ่มต้นของเว็บเขย่าโลกที่มีสมาชิกกว่า 400 ล้านคน เว็บนี้ มาจากมันสมองของนักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด "มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ที่เพิ่งอกหัก และโพสต์ไว้ใน "บล็อก" ของตนว่าต้องการหาอะไรทำเพื่อให้สมองยุ่งๆ เข้าไว้ ด้วยการสร้างเว็บหนังสือรุ่น "เฟซบุ๊ก" ขึ้นมา

ช่วงเริ่มต้นเฟซบุ๊กจำกัดให้ใช้กันเฉพาะนักศึกษาฮาร์วาร์ดเท่านั้น ก่อนจะเพิ่มเป็น 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่ม "ไอวี่ลีก" ตามมาด้วย เด็กไฮสคูลทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา

สุดท้ายก็เปิดบริการทั่วโลกในที่สุด

ที่ผ่านมา แม้แต่ในสหรัฐเองก็มีการใช้เฟซบุ๊กเป็น "ฐานที่มั่นในการสร้างกลุ่มก้อนทางการเมือง" ซึ่งมีทั้งการแสดงความคิดเห็นของบุคคลทั่วไป


กลุ่ม "แฟนคลับ" ของพรรคการเมืองหลักสองพรรค

ไปจนถึงกลุ่มที่มีแนวคิดการเมืองทางเลือกนอกกระแสอีกมาก มาย ที่น่าสนใจก็เช่น "อเมริกัน ที ปาร์ตี้ เฟซบุ๊กส์" เป็นต้น

นอกเหนือจากแง่มุมทางการเมืองแล้ว เฟซบุ๊กเองยังเคยตกเป็นเป้าโจมตีในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของ "ชนชั้น" อันเนื่องมาจากการตั้งข้อสังเกตของนักคิดนักเขียนอเมริกันหลายคนที่เสนอความเห็นว่า

เฟซบุ๊กเป็น "ชุมชน (จำลอง) ของพวกอภิสิทธิ์ชน" ในขณะที่คนธรรมดา หรือกลุ่มด้อยการศึกษากับคนต่างด้าว (ในสหรัฐ) มักเลือกใช้เว็บอื่น เช่น "มายสเปซ"

ซึ่งเหตุผลสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวก็วกกลับมาจากจุดกำเนิดของตัวเฟซบุ๊กเอง ที่กำหนดให้สมาชิกส่วนใหญ่ต้องเป็นคนผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น



สำหรับในประเทศไทย

ปัจจุบันมีสถิติสมาชิกผู้นิยม "เล่น" เฟซบุ๊ก เกือบ 4 ล้านคน

และจากเดิมที่เคยใช้เป็นแหล่งติดต่อสื่อสารเรื่องราวระหว่างเพื่อน

ก็เริ่มเปลี่ยนบทบาทมาเป็นแหล่งระบายแนวคิดทางการเมืองอย่างแพร่หลาย อันเนื่องมาจากความสะดวกรวดเร็ว และผู้ใช้สามารถเห็นคนที่ "เห็นด้วย" หรือ "เห็นต่าง" กับความคิดของตนได้ทันทีทันใด

โดยกลุ่มก้อนทางการเมืองของไทยในโลกเฟซบุ๊กที่เห็นชัดเจนผ่านการตั้งชื่อ อาทิ

1. กลุ่มสนับสนุนนายกฯ อภิสิทธิ์ เช่น กลุ่มเฟซบุ๊กมั่นใจคนไทยเกินล้านต่อต้านยุบสภา และชาวเฟซบุ๊กไม่เอาตำรวจมะเขือเทศ

2. กลุ่มสนับสนุนคนเสื้อแดง-นปช. เช่น www.facebook.com/ UDDThailand และกลุ่มคนที่ตั้งชื่อเฟซบุ๊กด้วยคำว่า เสื้อแดง หรือ red shirts


ปรากฏการณ์เฟซบุ๊กการเมืองต่างสีของไทยยังสร้างความฉงนฉงายให้กับสื่อยักษ์ใหญ่แดนสหรัฐอเมริกาอย่าง "หนังสือพิมพ์คริสเตียนไซเอินซ์มอนิเตอร์" ด้วยเช่นกัน

ไซมอน มอนต์เลก นักข่าวคริสเตียนฯ ซึ่งเกาะติดข่าวม็อบแดงในกรุงเทพฯ เขียนรายงานเรื่อง "Thailand"s red shirts and yellow shirts battle it out on Facebook." มีเนื้อหาระบุว่า

ในแง่การใช้เฟซบุ๊กเป็นกลไกปลุกระดมทางการเมือง ฝ่ายเสื้อแดงดูจะเสียเปรียบ เนื่องจากฐานมวลชนหลักของเสื้อแดงอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดและมีฐานะยากจน โอกาสเข้าถึงอินเตอร์เน็ตจึงน้อยกว่าหลายเท่า เมื่อเทียบกับฝ่าย "เสื้อเหลือง" ซึ่งหนุนรัฐบาลและประกอบด้วยมวลชนคนชั้นกลาง-พนักงานออฟฟิศ


มอนต์เลกชี้ว่า ในโลกตะวันตกไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนจะเข้ามาแสดงความเห็นและจัดตั้งกลุ่มการเมืองในเว็บไซต์

แต่สำหรับเมืองไทย เฟซบุ๊กถูกกลุ่ม "ขวาจัด" ใช้เผยแพร่ความเกลียดชังทางการเมือง และตามล่าคุกคามทำลายล้างกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกตน

ความรุนแรงในเฟซบุ๊กการเมืองไทยยังโหดร้ายถึงขั้นมีคนจัดตั้งกลุ่ม "เสพศพคนเสื้อแดง" ขึ้นมา เพื่อโพสต์ภาพศพคนเสื้อแดง 80 กว่ารายที่เสียชีวิตขณะร่วมชุมนุม และส่วนใหญ่เป็นแค่พลเรือนธรรมดา!

นอกจากนี้ เฟซบุ๊กเสื้อแดงยังตกเป็นรองเพราะถูกทางการไล่บล็อก- ปิดอย่างต่อเนื่อง

สฤนี อาชวานันทกุล ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มเครือข่ายพลเมืองเน็ต ชี้ว่า

ในอดีตเว็บ เช่น เฟซบุ๊กถูกใช้เป็นแหล่งโพสต์รูปตลกๆ และ เล่นเกม

แต่นับตั้งแต่สถานการณ์การเมืองเริ่มรุนแรงมากขึ้นในเดือนมีนาคมเป็นต้นมา

กลุ่มผู้สนับสนุนายกฯ อภิสิทธิ์ได้ใช้เว็บเฟซบุ๊กของตัวเองแสดงน้ำเสียงต่อต้านม็อบแดงและจัดตั้งกลุ่มการเมือง

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวในโลกแห่งความจริง คือ "กลุ่มเสื้อหลากสี"

"เมื่อเราติดต่อกับเพื่อนผ่านเฟซบุ๊ก ตามสัญชาตญาณแล้วก็มีแนวโน้มจะเชื่อความเห็นของเพื่อนๆ อยู่แล้ว ซึ่งถือว่าอันตรายมาก ถ้าคนในเครือข่ายของเรามีมุมมองเพียงด้านเดียว" สฤนีกล่าว





พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์

มองปรากฏการณ์"เฟซบุ๊ก"


"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การรวมกลุ่ม แต่อยู่ที่รวมกลุ่มกันแล้วยกพวกไปตีคนอื่น ไปถล่มกลุ่มอื่น แตกต่างจากเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ความไว้เนื้อเชื่อใจมันหายไป คนไว้ใจไม่ได้เหมือนแต่ก่อน"



เกี่ยวกับ "กระแสการต่อสู้ทางการเมือง" ในโลกสังคมออนไลน์ "เฟซบุ๊ก" ของไทยนั้น

ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์แสดงทรรศนะผ่าน "ข่าวสดหลาก & หลาย" ดังนี้

อาจารย์เล่นเฟซบุ๊ก หรือเว็บเครือข่ายสังคมอะไรบ้างรึเปล่า เช่น ใช้สร้างกลุ่มของอาจารย์ หรือกลุ่มนักศึกษาในวิชาที่สอน

เล่น ผมเล่นอยู่แล้ว มีเพื่อนเป็นพันคน แต่ส่วนตัวมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองที่ใช้ในการติดต่อกับคนทั่วไป

ปัจจุบันมีการใช้เฟซบุ๊กและเว็บเครือข่ายสังคมเป็นเครื่องมือทางการเมือง เช่น ใช้โจมตีกลุ่มที่เห็นต่าง หรือสร้างกลุ่มที่มีความคิดเห็นเหมือนกันขึ้นมา อาจารย์มองเรื่องนี้อย่างไร

มันเป็นเรื่องของการพยายามสร้างเครือข่าย จริงๆ แล้วการมีกลุ่มก้อนมันก็ดี ไม่ใช่เรื่องไม่ดี

แต่บางทีมันไม่ใช่การสร้างเครือข่ายทั่วไปไง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การรวมกลุ่ม แต่อยู่ที่รวมกลุ่มกันแล้ว "ยกพวก" ไปตีคนอื่น ไปถล่มกลุ่มอื่น แตกต่างจากเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ความไว้เนื้อ เชื่อใจมันหายไป คนไว้ใจไม่ได้เหมือนแต่ก่อน

ยกตัวอย่างเช่น สมัยก่อนเรามี "เว็บบอร์ด" ก็ฮิตกันอยู่พักหนึ่ง ดูแล้วเหมือนกับตอนนี้ที่มีการใช้แสดงความคิดเห็นทางการเมือง มีเลือกข้างเหมือนตอนนี้เลย แต่ที่ต่างกันก็คือ พอเถียงในเว็บบอร์ดจนไปกันใหญ่ก็จะมีเว็บมาสเตอร์มาปิดบอร์ด ยกกระทู้ออกไป

แต่กับเฟซบุ๊กนี่มันตามตัวได้ รู้ว่าใครเขียน พอรู้ตัวก็ตามไปถล่มกันต่อ ไม่จบไม่สิ้น

แถมบางทีมีการหลอกเข้ากลุ่มด้วย เพื่อเพิ่มจำนวนคน

ปรากฏการณ์นี้มีน้ำหนักเพียงใดต่อสังคม และถ้ามีการลง "ใต้ดิน" จะมีผลกระทบต่อโลกออนไลน์อย่างไรบ้าง รัฐจะมีการกำกับดูแลได้มากน้อยเพียงใด

มีน้ำหนักอย่างมาก เพราะมันจะเกิดการรวมตัวของคน

ยกตัวอย่างเช่น เกิดเหตุการณ์ที่เด็กไม่เข้าเรียน เพราะไม่พอใจความคิดเห็นทางการเมืองของผู้สอน

หรือมีการบีบให้ออกจากงานเพราะแนวคิดทางการเมืองไม่ตรงกับหัวหน้า เป็นต้น

ผมคิดว่าเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ขาดความเชื่อใจกัน อาจจะอ่านความคิดเห็นแค่ไม่กี่ประโยคก็เหมารวม ตีตราอีกฝ่าย จนสุดท้ายก็ไว้ใจใครไม่ได้ ระแวงไปหมด ผมขอถามว่า คุณจะไว้ใจใครได้อย่างไร?

และที่สำคัญคือ เมื่อก่อนเข้าเว็บด่ากันเดี๋ยวก็ปิด เลิก แต่เดี๋ยวนี้มันถึงตัว มันมาถึงตัวเราจริงๆ อาจเป็นเพราะคนเรามันเปราะบางก็เป็นได้

เราควรจะใช้ SNSs อย่างไร ถ้าอยากจะแสดงความคิดเห็นทาง การเมืองต่อไป

ก็คงต้องสร้างกลุ่มเพื่อนที่ไว้ใจ แอ็ดเพื่อนเฉพาะคนที่รู้จัก

กับคำถามที่แล้ว เรื่องการจัดการของรัฐ ผมมองว่ามี 2 ประเด็นที่น่า สนใจตรงจุดนี้ กล่าวคือ

เรื่องแรกคือการโพสต์อะไรแรงๆ มันไม่ถึงขั้นผิดกฎหมาย

แต่มัน "ผิดใจ" กัน

และสุดท้ายก็โดนยกพวกถล่ม

เรื่องที่สอง คือ กรณีนี้มันไปไกลกว่า รัฐแล้ว รัฐทำอะไรไม่ได้ แต่มันจะเกิดปรากฏการณ์สังคมเล่นกันเอง ตรวจสอบอีกฝ่ายอยู่ตลอด และก็จัดทีมตีกันในเว็บไปตามเรื่อง

ส่วนตัวผมเองก็เคยเจอกรณีเพื่อนที่คบกันมาเป็นสิบปี ผมเพิ่งมารู้แนวคิดทาง การเมืองของเขาเมื่อเร็วๆ นี้ ในเฟซบุ๊ก ก็แปลกดี

บางคนเลิกคบเราไปเลยก็มี ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทะเลาะกันด้วยซ้ำ
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dNVEF4TURZMU13PT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdOaTB3TVE9PQ==

การ์ตูน เซีย 01/06/53

Pic_86388

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ข่าววงในแจ้งว่า..."อภิสิทธิ์"ถูกวางยา...!?...อาการร่อแร่ เป็นตายเท่ากัน..!

Posted Today, 05:17 PM

นับเป็นคราวเคราะห์ของ "เวชชาชีวะ" โดยแท้ ที่มาพบคนอย่าง "ชวน หลีกภัย"!!!
บุรุษผู้อำมหิต ชนิดผีเห็นคร้าม ตามมาอย่าได้ห่าง แล้วท่านจะเข้าใจ

นักการเมือง"คลื่นลูกใหม่"ยุค 2000 นักการเมืองในฝันของประชาธิปัตย์ ไม่มีใครเกิน"อภิสิทธิ์"
"อภิสิทธิ์"เจิดจรัสเปล่งรัศมี บดบังนักการเมืองลายครามอย่าง บัญญัติ แม้กระทั่ง "ชวน หลีกภัย"
สร้างความหมั่นไส้ระคนริษยา แก่บรรดาแกนนำไดโนเสาร์เต่าประชาธิปัตย์ อย่าง บัญญญัติ และ "นังจวน"

ตระกูล"เวชชาชีวะ"เจียรนัยเพชรเม็ดนี้มาด้วยความทนุถนอม หวังสร้างชื่อแก่วงศ์ตระกูล
ปลูกฝังเป็นนักการเมืองใหญ่ แต่มืดหน้าตาลาย ดันเอาไข่ "ไปฝากไว้กับโจร"!!!

ในทางการเมือง โดยระเบียบมรรยาท ทั้ง ความชอบธรรม มีหรือคนอย่าง บัญญัติและ"นังจวน"ไม่รู้
ทั้ง ปล้นทรัพย์ รับของโจร เป็นมะม่วงจำบ่ม ถูกเขาอุปโลกน์เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อเป็น"แพะ"ให้"นังจวน"หลอกไปฆ่า

เริ่มต้นคล้ายหวังดี แต่บั้นปลายประสงค์ร้าย "นังจวน"รู้ดีถึงบทสุดท้าย "อ้ายมาก"จบแบบ"ศพไม่สวย"
ผิดหลักการ "นังจวน"ห้ามได้ แต่ไม่ห้าม ซ้ำร้ายยุส่ง แน่ะลงไปได้อย่างไร "ให้รับของโจร" ในค่ายทหาร???

ธัมมะอยู่ที่ใจ สิ่งใดผิด สิ่งใดถูก โตกระทั่งสุนัขไม่สามารถเลียตูด มีหรือ"นังจวน"ไม่ทราบได้!!!

"เสื้อแดง"ชุมนุม เรียกร้องให้"ยุบสภา" แสดงออกทางการเมือง ด้วยความสง่า และชอบธรรม...
"อ้ายมาก"กลับลุแก่อำนาจ ใช้กำลังล้อมปราบถึงบาดเจ็บล้มตาย กลายเป็นทรราช ตั้งแต่ยังหนุม!!!???

"นังจวน"มีหรือไม่รู้ กลับยืนดู"อ้ายมาก"ลงเหว โดยไม่ปริปาก กำจัดเสี้ยนหนามสำเร็จในทันที!!!

โอ้ อนิจจา"เวชชาชีวะ"ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติหน้า กลับมาไม่ได้ คลื่นลูกใหม่ ถูก"นังจวน"วางยา...

นาทีนี้"อ้ายมาก เวทนากูทีซีวะ"กลืนไม่เข้า คายไม่ออก ได้แต่กลอกหน้า
"ยุบสภา"คืนอำนาจ รึ "ประชาธิปัตย์"ย่อมถึงกาลวิบัติล่มสลาย กลับมาได้เพียงบางจังหวัด!!!???
เรื่องกลับมาใหญ่ ไม่มีทาง พระแม่ธรณีหลุดเครนลงกระแทกแตกหัก ลางวิบัติกลายเป็นจริง!!!

ไม่ยุบสภา บรรดากองเชียร์ก็ขัดใจ
"น้านี"สั่งไว้ ปราบแดงให้สิ้น ด้วยแค้นใจ!!!(สามเกลอเผยออกมาได้อย่างไร เรื่อง"อ้ายเทือก ท้ายวัง")

ข้างฝ่าย"เสื้อแดง" พร้อมรับทุกสภาพ ไม่ว่าล้อมปราบ หรือ ยุบสภา???
ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ "เพื่อไทย"เข้าถล่มทลาย แก้กฏหมาย แก้รัฐธรรมนูญ!!!
แต่งตั้งขุนหาญใหม่ บูรพาไม่เอาไว้ "อ้ายพวกขี้แพ้"!!!

โอกาสสุดท้าย แม้น ส่งทหารล้อมปราบ จับแกนนำ พวกที่เหลือก็"ดำดิน"!!!
ตั้งรัฐบาลผลัดถิ่น ต่อกรกับอำมาตย์ ไล่ไปถึง "พ่อของมัน"...!!!


ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

ที่ประชุม บก.-นักข่าวอาวุโสระดมสมองยันวิชาชีพสื่อต้องเน้นสันติวิธี ไม่สร้างความเกลียดชัง

วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 20:23:22 น.  มติชนออนไลน์

ที่ประชุม บก.-นักข่าวอาวุโสระดมสมองยันวิชาชีพสื่อต้องเน้นสันติวิธี ไม่สร้างความเกลียดชัง

สภา การหนังสือพิมพ์-สมาคมนักข่าวระดมสมองบรรณาธิการ-ผู้สื่อข่าวอาวุโสหารือ ท่ามกลางภาวะวิกฤต ที่ประชุมเสนอ ต้องเน้นสันติวิธี ค้นหาความจริง ยันต้องทำตามหลักวิชาชีพ ไม่ปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2553  ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดการประชุมระดมความเห็นเรื่อง “บทบาทหนังสือพิมพ์ในภาวะวิกฤตประเทศ” โดยเชิญที่ปรึกษาและบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ และผู้สื่อข่าวอาวุโสเข้าร่วมพร้อมทั้งมีผู้แทนสภาวิชาชีพข่าววิทยุและ โทรทัศน์ไทยและสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าร่วมด้วย


นายพรชัย ปุณณวัฒนาพร เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีข้อเสนอที่หลากหลายทั้งข้อเสนอต่อองค์กรวิชาชีพ และข้อเสนอต่อหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ อาทิ การตอกย้ำให้หนังสือพิมพ์ยืนยันในหลักการของเสรีภาพสื่อ และการไหลเวียนของข่าวสารโดยเสรี โดยต้องไม่ปล่อยให้ข่าวลือเข้ามาปิดกั้นครอบงำ

 

ขณะเดียวกัน องค์กรวิชาชีพสื่อต้องแสดงออกถึงความห่วงใยต่อการปิดกั้นข่าวสารของรัฐบาล แต่มีข้อยกเว้นกรณีที่สื่อนั้นยุยงให้เกิดคนเกลียดชังกันและนำไปสู่ความรุนแรง รวมถึงความห่วงใยที่มีต่อการคุกคามนักข่าวในรูปแบบต่าง ๆ ระหว่างที่มีเหตุวิกฤตทางการเมือง


เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้องค์กรวิชาชีพสื่อเสนอหลักการปฏิบัติต่อสื่อของคู่ขัดแย้งใน ลักษณะที่ยอมรับร่วมกัน พร้อมทั้งชี้ให้เห็นจุดอ่อนการทำงานของนักข่าวไทยในการรายงานข่าวในสถานกาณ์ ความขัดแย้ง


นอกจากนี้  ยังควรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพการทำหน้าที่ของสื่อ รวมทั้งควรเรียกร้องให้สมาชิกองค์กรวิชาชีพสื่อปฏิบัติงานโดยวางตัวเป็นกลาง และทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ เพื่อเป็นองค์กรหลักของสังคมประชาธิปไตย  และหากเป็นไปได้ สื่อควรตรวจสอบตัวเองว่า ได้ทำหน้าที่ครบถ้วนแล้วหรือไม่


บรรณาธิการอาวุโสบางคน บอกว่า สื่อควรเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งแก้ไขปัญหากันด้วยการเจรจา  เพราะหากไม่เจรจาก็อาจนำไปสู่การบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ซึ่งทุกคนไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น ดังนั้น องค์กรสื่อและสื่อทั้งหลายต้องย้ำในเรื่องสันติวิธี และที่น่าเป็นห่วงคือ สื่อที่สร้างความเกลียดชัง ปลุกระดมให้คนโกรธและพร้อมที่จะใช้ความรุนแรง ดังนั้นสื่อต้องมีขันติ อดทนอดกลั้นต่อความเห็นที่แตกต่างกัน” นายพรชัย กล่าว


นายพรชัย กล่าวด้วยว่า บรรณธิการหนังสือพิมพ์อาวุโสหลายคนเสนอว่า  หากสื่อยึดมั่นในจริยธรรม ก็ไม่มีปัญหาในการรายงานข่าว แต่หากมีอคติ การทำหน้าที่ก็จะแปลกแยกไป จึงต้องช่วยกันตรวจตราไม่ให้ข้อเขียนหรือข่าวที่เต็มไปด้วยอคติหรือผล ประโยชน์ส่วนตัวถูกนำเสนอออกมา  ทั้งนี้ การสื่อสารที่ดี ต้องมีอคติน้อยที่สุด มุ่งไปสู่การลดความรุนแรง ไม่กระพือข่าวลือ ควรกลั่นกรองมิให้มีการพาดหัวข่าวที่ใช้คำรุนแรงกล่าวหากัน ที่สำคัญคือ สื่อควรยึดความเป็นมืออาชีพให้เหนียวแน่น


“แม้การค้นหาความจริงในปัจจุบันทำได้ยาก แต่จำเป็นต้องทำ เพื่อช่วยลดความขัดแย้งลง ซึ่งต้องทำด้วยความไม่มีอคติ โดยต้องเปิดพื้นที่ให้กลุ่มต่างๆ อย่างทั่วถึง และไม่เน้นเฉพาะคู่ขัดแย้งอย่างเท่าเทียมกัน องค์กรวิชาชีพสื่อสามารถเสริมเรื่องข้อเท็จจริงได้โดยการนำข้อเท็จจริงจาก นักข่าวมานำเสนอ อาจส่งเสริมเรื่องนี้ให้มากขึ้น และควรร่วมกันองค์กรด้านวิชาการติติงสมาชิกที่ไม่ทำหน้าที่ตามหลักวิชาชีพ อย่างสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังข้อเสนอให้เร่งรัดเรื่องการปฏิรูปสื่อทั้งในด้านกฎหมายและสร้างกลไกการ ตรวจสอบกันเองให้เข้มแข็งขึ้น” เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์ฯ กล่าวในที่สุด


นายพรชัย กล่าวในตอนท้ายว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังมอบหมายให้ 4 องค์กรวิชาชีพได้แก่ สภาการหนังสือพิมพ์ฯ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ และสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ไปหารือร่วมกันต่อไปในการกำหนดท่าที ทิศทางและการแสดงบทบาทของสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ และสื่ออื่น ๆ ท่ามกลางภาวะวิกฤตความขัดแย้งทางความคิดเห็นของผู้คนในสังคม เพื่อให้สังคมได้กลับคืนสู่ความปกติสุขดังเดิม.

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272374746&grpid=01&catid=00

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

สื่อต่างชาติตั้งคำถามเรื่องรายชื่อ "เครือข่ายล้มเจ้า" ชี้อาจนำไปสู่การปราบปรามคนเสื้อแดง



วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 19:36:06 น.  มติชนออนไลน์

สื่อต่างชาติตั้งคำถามเรื่องรายชื่อ "เครือข่ายล้มเจ้า" ชี้อาจนำไปสู่การปราบปรามคนเสื้อแดง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ในขณะที่ทางตันของวิกฤตการณ์การ เมืองในประเทศไทยกำลังไร้ทางออกมากยิ่งขึ้น รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เริ่มกล่าวโทษแกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนว่าต้องการล้มล้างสถาบัน แต่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ปฏิเสธข้อหาดังกล่าว


โดยผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงมักจะแสดงว่าตนเองมีความจงรักภักดีต่อสถาบัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้กล่าวโทษองคมนตรีบางคนว่าเข้ามาแทรกแซงการเมืองและมีส่วนในการก่อ รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร


นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าการกล่าวโทษ แกนนำเสื้อแดงด้วยข้อหาหมิ่นสถาบัน ถือเป็นความพยายามในการแสวงหาแรงสนับสนุนจากสาธารณชนที่จะอนุญาตให้เกิดการ สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างรุนแรง คล้ายคลึงกับการกล่าวโทษและปราบปรามขบวนการนักศึกษาในช่วงปี 2516-2519


รอยเตอร์รายงานว่าล่าสุด กองทัพได้เผยแพร่บัญชีรายชื่อของ กลุ่มบุคคลซึ่งรัฐเห็นว่าเป็นเครือข่ายที่หวังจะโค่นล้มสถาบัน โดยผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อดังกล่าวประกอบไปด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ, แกนนำกลุ่มเสื้อแดงหลายคน นักวิชาการและบุคคลอื่น ๆ ที่ข้องเกี่ยวกับสถานีวิทยุและเว็บไซต์ต่อต้านรัฐบาล


ขณะที่เว็บล็อกนวมณฑลของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียได้อ้างอิง ข่าวจากเว็บไซต์มติชนออนไลน์ที่ระบุว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงการดำเนินการกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในเอกสารโครงข่ายล้มสถาบันที่ จัดทำโดยศอฉ. ว่า จะดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้าใครที่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็จะออกหมายจับกุมตัว หากจำเป็นก็จะออกประกาศห้ามบุคคลเหล่านี้ออกนอกราชอาณาจักรไทย


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในเอกสารดัง กล่าวเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการอย่างไร นายสุเทพกล่าวว่า "เป็นใครก็ทำทั้งนั้น ไม่ยอมให้ใครละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นที่เคารพรักของพี่น้อง ประชาชน"


โดยเอลิซาเบธ ฟิทซ์เจอรัลด์ นักเขียนรับเชิญของเว็บล็อกนวมณฑล ได้ตั้งคำถามถึงการให้สัมภาษณ์ของรองนายกรัฐมนตรีว่า หลัก ฐานชนิดใดที่นายสุเทพจะนำมาใช้ยืนยันถึงความผิดของกลุ่มคนดังกล่าวได้อย่าง เพียงพอ? ศอฉ.สืบหาหลักฐานดังกล่าวมาได้อย่างไร? หลักฐานเหล่านั้นจะถูกนำเสนอต่อสาธารณะหรือไม่? หรือว่าหลักฐานเหล่านั้นจะถูกจัดวางให้อยู่นอกเหนือจากการรับรู้ของผู้คนที่ ตั้งคำถามต่อความสัตย์จริงของมัน?




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
พท.ป้อง"บิ๊กจิ๋ว"ปัดเอี่ยวเครือข่ายล้มเจ้า ระบุช่วยแก้ปมการเมืองตั้งแต่"มาร์ค"ยังเป็นวุ้น
ศอฉ.เล็งออกหมายเรียก"แกนนำแดง"รอบ3 เน้นเครือข่ายล้มสถาบัน
"ศอฉ."เล็งออกหมายเรียกแกนนำแดงรอบ3 เน้นเครือข่ายล้มสถาบัน "สุเทพ"ขู่ออกหมายจับไม่เว้นอดีตนายกฯ
จากแนวคิดมาร์ค "จิ๋ว-เสธ.แดง-แกนนำ นปช." แบ่งกันทำงาน ถึง "เครือข่ายล้มเจ้า" ของ ศอฉ.
     http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1272371634&grpid=01&catid=06
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon